30 เคล็ดลับความสวย

30 เคล็ดลับความสวย : ขจัดสิวเพื่อใบหน้าสวยใสเรียบเนียน

1. ใช้ครีมกันแดด

เราทราบกันเสมอว่า วิธีที่ง่ายที่สุด ที่จะให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ คือป้องกันใบหน้าด้วยครีมกันแดด 90% ของการเกิดริ้วรอย เกิดมาจากแสงแดด เพราะฉะนั้น การป้องกัน จะง่ายกว่าการมาแก้ปัญหาภายหลัง แม้กระทั่งช่วงหน้าหนาว ก็มิควรละเลย ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปกป้องทั้งแสง UVA และแสง UVB

แสง UVA ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย แสง UVB เป็นสาเหตุหนึ่ง ในการเกิดมะเร็งผิวหนัง

2. ทำความสะอาดแปรงเครื่องสำอาง

มีการทำสำรวจจากประเทศอังกฤษ พบว่า 72% ของผู้หญิง ไม่เคยทำความสะอาดแปรง หรือ พัพแต่งหน้า ทั้งๆที่เป็นแหล่งสะสมของฝุ่น และแบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดสิว ควรล้างแปรงแต่งหน้า 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ และพัพรองพื้น หนึ่งครั้งต่อสัปดาห์ ล้างแปรงด้วยน้ำยาทำความสะอาดใบหน้า หรือแชมพูอ่อนๆที่ผสมกับน้ำอุ่น แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด ผึ่งให้แห้ง คุณก็สามารถใช้ต่อในครั้งต่อไป

3. ถั่วหลากหลายก็เป็นประโยชน์

มีการศึกษาล่าสุดว่า ถั่วบราซิลอุดมไปด้วยซีลีเนียม ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว และอาจลดการเสี่ยง การเกิดมะเร็งผิวหนัง ถั่ววอลนัท เต็มไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ลดการอักเสบและลดการเกิดสิว ท้ายสุด ถั่วแมคคาเดเมีย เต็มไปด้วยน้ำมันที่มีคุณภาพสูง และกรดไขมันที่ช่วยในการซ่อมแซม และฟื้นฟูผิว ทานเป็นประจำทุกวัน สามารถช่วยลดเรื่องรูขุมขนได้

4. ควรเริ่มใช้เซรั่ม

เซรั่มมีความเข้มข้นกว่า ถ้าเปรียบเทียบกับครีมหรือโลชั่น การใช้เพียงเล็กน้อยก็สามารถเห็นผลเป็นที่น่าพึงพอใจ มองหาผลิตภัณฑ์ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่สามารถปกป้องผิว จากอนุมูลอิสระ

Pentapeptides เป็นสิ่งจำเป็นที่เซรั่มต้องมี เพราะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ที่ช่วยให้ผิวกระชับและดูอ่อนเยาว์

Olay Regenerist Micro-Sculpting Serum

5. ทำความสะอาดสมาร์ทโฟนของคุณ

ตามการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด โทรศัพท์มือถือที่คุณใช้เป็นประจำนั้น อาจมีเชื้อโรคมากกว่าในห้องน้ำ ในความเป็นจริง จอบนโทรศัพท์มือถือ มีส่วนในการแพร่กระจายของเชื้อโรค และความคิดที่น่ากลัวคือ บรรดาเชื้อโรคเหล่านี้ จะโดนแก้มและคางในขณะคุย เป็นสาเหตุทำให้เกิดสิวและระคายเคืองต่อผิว เพื่อความสะอาดของใบหน้า ควรทำความสะอาด โทรศัพท์มือถือ บ่อยๆ ด้วย ผ้าที่ต้านเชื้อแบคทีเรีย

Disinfection Cotton Sterilization Alcohol Piece Medical Clean Wipe

6. ดูแลผิวของคุณ ตามลำดับผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม

การใช้ผลิตภัณฑ์ตามลำดับขั้นตอนที่ถูกต้อง มีความสำคัญไม่แพ้ตัวผลิตภัณฑ์นั้นๆ
หลังจากทำความสะอาดผิวหน้าและซับแห้งแล้ว ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมในการซึมซับและบำรุงที่ดี ในขั้นตอนแรก ในกรณีที่ใช้ผลิตภัณฑ์หลายตัว (อย่างเช่น เซรั่มต่อต้านอนุมูลอิสระ และ Retin-A) ควรเริ่มจากเนื้อครีมที่บางเบาก่อน และตามด้วยเนื้อครีมที่หนา ถ้าหากทากลับกัน เนื้อครีมที่หนาก็จะบดบังการซึมซับของเนื้อครีมที่บางเบา และจะไม่เป็นผลต่อการบำรุงผิวหน้า

7. หลีกเลี่ยงอาหารประเภท นม เนย

ผลิตภัณฑ์ นม เนย มีฮอร์โมนของวัว ที่ช่วยกระตุ้นต่อมไขมัน และรูขุมขนของคุณ เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว
ควรระวังอาหารที่แอบแฝงมากับผลิตภัณฑ์ นม เนย เช่น น้ำสลัด โปรตีนแท่ง และ นมเชค
เพราะฉะนั้นนมพร่องมันเนย เป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพผิว

8. มาเริ่มใช้วิตามิน A

ทุกคนควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินเอ
มีข้อมูลทางคลินิกมานับหลายทศวรรษว่า วิตามินเอ สนับสนุนประสิทธิภาพการทำงานของการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว และเพิ่มการผลิตคอลลาเจน เพื่อให้ผิวพรรณเต่งตึงและอ่อนเยาว์
แพทย์ผิวหนังส่วนใหญ่ยอมรับว่า ถ้าคุณเพียงใช้แค่หนึ่งผลิตภัณฑ์ต่อต้านริ้วรอย ที่มีส่วนผสมของ Retin-A ก็จะเสริมประสิทธิภาพได้อย่างดีเยี่ยม ในการปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน ป้องกันความผิดปกติของผิว และปัญหาของผิวต่างๆ จากแสงแดด

วิตามินเอช่วยต่อต้านการอักเสบ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ว่า มันจึงมีประสิทธิภาพในการรักษาสิว การรักษาริ้วรอยและสัญญาณผิวอื่นๆ ในวัยที่เพิ่มสูงขึ้น

9. หลีกเลี่ยงการนอนดึก

มีคำพูดที่ว่า “การนอนที่เพียงพอ สามารถทำให้คุณสวยได้”
การนอนไม่เพียงพอ ลดการไหลเวียนของโลหิต ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณดูซีดและเหนื่อยอ่อน
การนอนคือการฟื้นฟูผิว ในเวลากลางคืน ร่างกายผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว ถ้ามีการบำรุงผิวเพิ่มเพื่อสร้างความชุ่มชื้น  ก็จะยิ่งส่งผลดีแก่ผิวของคุณ

10. การขัดเซลล์ผิวเพื่อให้รูขุมขนเล็กลง

รูขุมขนกว้าง เป็นความกังวลเกี่ยวกับความงามที่พบมากที่สุด

รูขุมขนที่มีขนาดใหญ่ จะเต็มไปด้วยสิ่งสกปรก ความมัน เซลล์ผิวที่ตายแล้วและเคราติน ซึ่งเป็นโปรตีนที่อาศัยอยู่บนผิวชั้นนอก ถ้าทำความสะอาดเจ้าพวกนี้แล้ว รูขุมขนจะดูเล็กลง เพื่อขจัดสิ่งแปลกปลอม ควรเริ่มขัดผิวอย่างสม่ำเสมอ และตามด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรด Salicylic (BHA) และ Glycolic (AHA)

Salicylic Acid นั้นมีสรรพคุณช่วยลอกผิวชั้นบนของเราได้เป็นอย่างดี หรือที่เรานิยมเรียกว่าการผลัดเซลผิว ซึ่ง Salicylic Acid นั้นมันจะละลายได้ดีในน้ำมัน และผิวหน้าของเรามีน้ำมันที่รูขุมขน สร้างมาเพื่อใช้รักษาความชุ่มชื้นของผิว ทำให้ Salicylic Acid สามารถเข้าไปช่วยกำจัดสิ่งอุดตัน ที่อยู่ในรูขุมขนของเรา ได้เป็นอย่างดี และด้วยความสามารถนี้เอง ที่ทำให้ Salicylic Acid สามารถเข้าไปในชั้นผิวที่ลึกได้ดีกว่า AHA เนื่องมาจาก AHA ละลายในน้ำได้ดีกว่า ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้รักษาสิวอุดตัน นิยมผสม Salicylic Acid เข้าไปด้วยนั่นเอง

Glycolic มีสรรพคุณดังนี้คือ บำบัดริ้วรอยของผิวหน้าให้ดูดีขึ้น รักษาสิว ฟื้นฟูภาวะผิวแห้ง ช่วยผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวหนังชั้นนอก ทำให้เซลล์ผิวหนังรุ่นใหม่ เจริญเติบโตได้เร็วขึ้น

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

11. เติมผิวคุณด้วยสารเรสเวอราทอล Resveratrol

Resveratrol เรสเวอราทอล เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ และสารโพลีฟีนที่พบในผิวองุ่นแดง ได้รับการค้นพบ มีประสิทธิภาพในการป้องกันริ้วรอยและการหย่อนคล้อย ที่เกิดจากการโดนทำลายจากสิ่งแวดล้อม เช่นหมอกควันและควันจากบุหรี่

Resveratrol เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพมากกว่าวิตามินซี และการศึกษาแสดงให้เห็นว่า มันสามารถสร้างผิวธรรมดาให้มีความกระชับเต่งตึงได้ (กล่าวโดย ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและนักวิทยาศาสตร์ด้านการวิจัย Erin Gilbert)

Resveratrol มีพลังในการต้านอนุมูลอิสระมากกว่าวิตามิน C วิตามิน E และ กลูตาไทโอน หลาย 1000 เท่า ทำให้ผิวมีสุขภาพดีขึ้น ผิวพรรณสดใส และช่วยการกำจัดสารพิษต่างๆ ในร่างกาย และยังช่วยชะลอการเสื่อมสลายของคอลลาเจน โดยช่วยยับยั้ง MMPs เอนไซม์ (ที่ทำลายคอลลาเจน) ส่งผลให้ดูอ่อนวัยมากขึ้น

12. อย่าละเลยดูแลบริเวณช่วงคอและทรวงอก

การละเลยทาครีมบำรุงช่วงคอและหน้าอก ทำให้เกิดการย่น หย่อนคล้อยและมีจุดด่างดำ
ผิวบริเวณเหล่านี้เป็นส่วนที่บอบบาง และไม่ได้มีความแข็งแรงพอ สำหรับการไหลเวียนของโลหิต ดังนั้นควรดูแลป้องกันให้ดี เพราะการรักษาจะเป็นการยากกว่า และอย่าลืมป้องกันด้วยครีมกันแดด

13. ล้างเครื่องสำอางก่อนเข้านอน

การทิ้งเครื่องสำอางบนใบหน้า จะเกิดรูขุมขนอุดตัน และผิวแห้ง เป็นขุยตามมา
เครื่องสำอางส่วนใหญ่มีโมเลกุลน้ำตาลที่ยีสต์สามารถเติบโตได้ในชั่วข้ามคืน
อย่าลืมทำความสะอาดผิวบริเวณรอบดวงตา เพราะอาจทำให้เกิดผื่นรอบดวงตา หรือมีจุดขาวขนาดเล็กที่เรียกว่า สิวข้าวสาร

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

14. พักผ่อนไม่เพียงพอ

นมถั่วเหลืองช่วยคุณได้
นมถั่วเหลืองมีสารต้านการอักเสบ ช่วยลดอาการบวม ในขณะที่โปรตีนจากถั่วเหลือง ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว ทำให้ผิวหน้าดูนุ่มนวลและลดรอยตีนกา
อุณหภูมิที่เย็นจะช่วยลดอาการบวมและการหดตัวของหลอดเลือดดำ สามารถทำให้ดวงตาดูแดงน้อยลง
การใช้สำลี ชุบในนมถั่วเหลืองและมาแปะรอบดวงตาสัก 5 นาที หรือบริเวณผิวที่มีความแดงและระคายเคือง สามารถลดอาการเหล่านี้ได้

15. ขจัดอาการตาบวมในช่วงเช้า

ศัลยแพทย์ผิวหนังกล่าวว่า ภายใต้ดวงตาของเรา ถูกเติมเต็มด้วยของเหลวทุกคืน ในขณะที่เราหลับ เพราะฉะนั้นควรนอนด้วยหมอน 2 ใบซ้อนกันเพื่อยกระดับของใบหน้า เพื่อไม่ให้ราบเกินไป และในช่วงเช้าก่อนตื่นนอน ควรนวดของเหลวส่วนเกิน ด้วยลูกกลิ้งหรือข้อนิ้วของเรา เพื่อรีดของเหลวส่วนเกินออก และเพื่อลดรอยหมองคล้ำใต้ตา แนะนำใช้ Origins GINZING REFRESHING EYE CREAM ซึ่งมีส่วนผสม ของคาเฟอีน ที่ช่วยในการหดตัวของเส้นเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดการหมองคล้ำ ในขณะที่ ไททาเนียมไดออกไซด์ ไมกาและ เหล็กออกไซด์ ช่วยในเรื่องของความกระจ่างใส

16. หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อน

การอาบน้ำร้อนอาจรู้สึกดีและผ่อนคลาย แต่ก็เป็นการทำร้ายผิวที่แย่ที่สุด ไม่เพียงแต่ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น แต่จะสร้างความไหม้อ่อนๆให้แก่ผิว หลอดเลือดจะตอบสนอง โดยการขยายตัวเพื่อจะทำให้ผิวเย็นลง ส่งผลทำให้ผิวหยาบกร้าน

การอาบน้ำร้อน เมื่อคุณอยูู่ในวัยยี่สิบ อาการแดงและบวมจะหายไปภายในหนึ่งชั่วโมง แต่ในวัยสามสิบอาจต้องใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมง และเมื่อวัยสี่สิบ ผิวของคุณไม่ได้มีความสามารถในการคืนกลับสู่สภาพเดิม ฉะนั้นจะทำให้ผิวคุณดูหยาบกร้านตลอดเวลา

17. อย่ารีรอในการดูแลบำรุงผิว

ครีมและโลชั่นส่วนใหญ่ มีส่วนประกอบสำคัญ ที่สร้างกำแพงป้องกันผิว เพื่อล็อคความชื้น แต่เนื่องจากผิวสามารถเย็นได้ด้วยตัวของมันเองโดยการระเหยของน้ำ คุณจึงมีเพียงไม่กี่นาที ก่อนที่จะเสียความชุ่มชื้นไปตลอดกาล ดังนั้น การทาครีมบำรุงผิว ที่มีส่วนผสมของ dimethicone ในขณะที่ใบหน้าคุณชื้น จึงเป็นการดี

ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Dimethicone ในรูปแบบซิลิโคน สามารถล็อคความชุมชื้นให้แก่ผิวได้ถึง 24 ชั่วโมง เติมเต็มริ้วรอย ในขณะที่ผิว ยังสามารถดูดซับความชุ่มชื้น

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

18. ควรใช้ความนุ่นนวลเป็นพิเศษ สำหรับการแว็กซ์ และการถอนขนบนใบหน้า

การแว็กซ์ และการถอนขน อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็น จุดด่างดำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้หญิงที่มีผิวคล้ำ
เตรียมความพร้อมของผิวก่อนการแว็กซ์ และการถอนขน โดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ ทำความสำอาด ในบริเวณที่จะมีการแว็กซ์ หรือการถอน และเพื่อไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสีผิว ควรเตรียมผลิตภัณฑ์หลังการแว็กซ์ หรือการถอน ที่มีส่วนผสมต่อต้านการอักเสบ ช่วยให้ผิวเย็นสบาย และช่วยสมานผิวได้อย่างรวดเร็ว

19. เติมผิวด้วยน้ำแตงโม

การเพิ่มอาหารผิวที่อุดมไปด้วยไลโคปีน เช่นเครื่องดื่มที่เป็นสีชมพูนั้น ช่วยลดการทำร้ายผิว และความแดงของผิวที่เกิดจากแสงแดด เพื่อป้องกันริ้วรอย และช่วยลดความเสี่ยง การเป็นมะเร็งผิวหนังในอนาคต ในหนึ่งวัน เราควรดื่มน้ำผลไม้ หรือสมูทตี้ที่มีผลไม้สีแดง อย่างเช่นแตงโม เพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้

20. ขจัดเซลล์ผิวโดยที่ไม่ต้องขัด

เมื่อเวลาผ่านไป เอนไซม์ตามธรรมชาติในผิวของคุณ จะไม่สามารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในการขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ดังนั้น จึงเป็นผลทำให้ผิวของคุณ ไม่กระจ่างใส และเกิดการหมองคล้ำ ฉะนั้น ควรเร่งการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวของคุณ ด้วยสาร alpha-hydroxy (AHA) ที่มีในกรด ไกลโคลิก หรือแลคติค

ข้อควรระมัดระวัง แม้ว่าผลิตภัณฑ์จำนวนมากจะมี AHA แต่ความเข้มข้น มักจะต่ำเกินไป ในการเกิดประสิทธิภาพ ดูฉลากเพื่อดูว่า AHA ควรมีประมาณ 8% ถ้ามากไปกว่านี้ อาจจะทำให้มีอาการแสบบ้าง ในการใช้ในครั้งแรก และอาการจะเริ่มลดลง เมื่อผิวของคุณชินกับมัน

21. แว่นกันแดดช่วยคุณได้

การใช้แว่นกันแดด ช่วยปกป้องดวงตาจากแสงแดด และยังช่วยปกป้องผิวรอบดวงตา ซึ่งมีความบอบบาง
ในแต่ละครั้งที่คุณหรี่ หรือขยิบตา ก็ยังสามารถสร้างริ้วรอยบริเวณรอบดวงตาได้แล้ว ซึ่งอาจทำให้คุณดูแก่ก่อนวัย

การใช้แว่นกันแดดเป็นตัวช่วยที่ดี อาจมีดีผลเกินคาดกว่าการใช้ครีมกันแดด แต่การใช้ควบคู่กัน ก็จะเสริมให้บริเวณผิวรอบดวงตา ดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น

22. ควรดื่มน้ำให้มาก

น้ำช่วยล้างสารพิษ ที่ทำให้เกิดการอักเสบ และปัญหาผิวต่างๆ เช่น สิว จุดด่างดำ
นอกจากนี้ ยังช่วยในการส่งสารอาหารและออกซิเจน ไปยังเซลล์ผิว และป้องกันการขาดน้ำ ที่จะทำให้ผิวดูแก่ก่อนวัย และยิ่งไปกว่านั้น น้ำทำให้ผิวดูอิ่มเอิบ เนื่องจากกรดไฮยาลูโรนิค ที่มีอยู่ในธรรมชาติในผิว จะช่วยกักเก็บน้ำ และต่อต้านริ้วรอย โดยปกติ จะแนะนำให้ดื่มน้ำ 8 แก้วต่อวัน แต่ถ้าอยู่ในอากาศที่ร้อน ควรจะดื่มมากกว่านั้น

23. ทานธัญพืชเป็นอาหารเช้า

คนที่พยายามจะลดน้ำหนัก หรือทานอาหารแปรรูปมากเกินไป อาจไม่ได้รับสังกะสีมากเพียงพอ ที่จะทำให้ผิวของพวกเขาดูเปล่งปลั่ง เนื่องจากสังกะสี ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหาย และรักษาบาดแผล และยังช่วยรักษาสิว และสภาพผิวที่ระคายเคืองอื่นๆ

เพื่อผิวที่ดี แนะนำรับประทานอาหาร ที่มีส่วนประกอบของธัญพืช 25% ในอาหารของแต่ละวัน

ธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสี หรือขัดสีน้อยที่สุด ยังคงส่วนประกอบสำคัญอยู่ครบถ้วน เยื่อหุ้มเมล็ด เนื้อเมล็ด และจมูกข้าว ซึ่งเป็นส่วนที่มีคุณค่าโภชนาการสูง ทั้งใยอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ และไฟโตนิวเตรียนท์ หรือ สารต่อต้านอนุมูลอิสระต่างๆ

ตัวอย่างของโฮลเกรน ได้แก่ ข้าวกล้อง ข้าวสาลี ข้าวโพด ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ ข้าวไรย์ ลูกเดือย
ลักษณะพิเศษของโฮลเกรน มีความสำคัญอยู่หลายด้าน หนึ่งในนั้นคือ มีวิตามิน แร่ธาตุ ที่มีค่อนข้างจะครบถ้วน และมีอยู่ในธรรมชาติ อันที่สองคือ ตัวไฟเบอร์หรือใยอาหาร

24. ให้เวลากับผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้

เราทุกคนรีบร้อนอยากจะเห็นผล ในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ แต่ถ้าคุณให้เวลากับมัน ผลลัพธ์ที่ได้ อาจจะเป็นบวก
การลองใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ควรใช้อย่างน้อย 3-4 วัน และไม่ควรใช้คู่กับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ พร้อมกัน มิฉะนั้นถ้าเกิดการระคายเคือง หรืออาการแพ้ คุณจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่า อาการนั้นๆ เกิดจากผลิตภัณฑ์ตัวใด ให้เวลากับผลิตภัณฑ์ที่คุณเลือกใช้ อย่างน้อย 4-6 เดือน ในการพิสูจน์สรรพคุณว่า สามารถช่วยลบเลือนริ้วรอย หรือเติมความมีชีวิตชีวา ให้กับผิวคุณได้หรือไม่ ก่อนที่คุณจะตัดสินใจเลิกใช้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ

25. ลดอาหารมัน อย่างเช่น เฟรนช์ฟราย

มีการวิจัยพบว่า อาหารที่มีไขมันและคาร์โบไฮเดรตสูง ทำให้เกิดริ้วรอยมากขึ้น ครีมชีสและเนื้อแดง เป็นที่รู้กันว่ามีไขมันสูง และสิ่งเหล่านี้ เป็นตัวทำลายผิวของเรา

ในการฟื้นฟูผิว แนะนำทานอาหารประเภท ลีนโปรตีน (เป็นโปรตีนที่มีไขมันอิ่มตัวต่ำ) เช่น ปลา อกไก่ เต้าหู้ และ ถั่วต่างๆ

26. อย่าลืมเรื่องของพืช

มาลองใช้ครีมต่อต้านริ้วรอย ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระจากพืช เช่นเห็ดหรือถั่วเหลือง
ช้อมูลจากห้องทดลองแสดงผลว่า สารสกัดจากพืชสามารถช่วยชะลอวัยได้
พืชที่มีคุณสมบัติต่อต้านมะเร็ง เมื่อเราทานพืชเหล่านี้ พวกมันสามารถอยู่รอดได้ในกระบวนการย่อยอาหาร และเมื่อนำมาใช้กับผิวโดยตรง มันหมายถึงคุณประโยชน์ ที่ส่งผลแก่ผิว

27. บริโภคบร็อคคอลลี่

นอกจากส้มแล้ว เพียงแค่บร็อคคอลลี่แค่ครึ่งถ้วย อุดมไปด้วย 65% ของวิตามินซี ที่ร่างกายต้องการในชีวิตประจำวัน

การวิจัยแสดงให้เห็นว่า อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ไม่เพียงแต่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ที่เป็นสาเหตุของริ้วรอยและการหย่อนคล้อย แต่ยังสามารถช่วยจัดระบบดีเอ็นเอ ที่เกิดความเสียหาย และยังช่วยในการปกป้องผิว

ในกรณีศึกษา ผู้หญิงที่ทำการรักษาผิวที่โดนแสงแดดทำร้าย ทาครีมวิตามินซีเป็นเวลา 6 เดือน สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน ริ้วรอยบางลงและสีผิวเนียนขึ้น

28. เอามือออกห่างจากใบหน้า

แค่จิกบนใบหน้าแม้จะน้อยนิดก็ทำร้ายผิวคุณได้

มีผู้ป่วยบางคน ผิวสามารถกลับมาเนียนใสได้ โดยไม่ต้องพึ่งยารักษา เพียงแค่คุณอย่าเอามือแตะที่ใบหน้า
ในแต่ละครั้งที่คุณกดสิว จะทำให้เกิดการอักเสบของผิว และทำให้ผิวช้ำ ในขณะเดียวกัน แบคทีเรียจะถูกซึม เข้าไปในรูขุมขนและต่อมไขมัน และทำให้เกิดแผลตามมา สุดท้ายสิ่งที่ตามมาคือ สิว ผิวหน้าไม่เรียบเนียน และแผลเป็น

ถ้าคุณจำเป็นต้องเอาหัวสิวออก ควรอยู่ในความดูแลของผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม ที่รู้วิธีปฏิบัติอย่างปลอดภัย

29. เบอรรี่ช่วยผิวคุณได้

มีการค้นคว้าและปรากฏว่า ราสเบอร์รี่ อุดมไปด้วยกรด ellagic ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถป้องกันริ้วรอย เมื่อเอามาใช้ทาผิว มันช่วยปกป้องคอลลาเจน (ช่วยทำให้ผิวอิ่มเอิบและสวยงาม) และช่วยป้องกัน การทำร้ายผิวจากแสงแดด

  • ผสม ราสเบอร์รี่กับน้ำผึ้ง และมาส์กลงบนใบหน้า 15-20 นาที แล้วล้างออก น้ำผึ้งเป็นสารธรรมชาติที่ช่วย กักเก็บน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่น ให้แก่ผิวสวยๆ ของคุณ

30.ใช้ครีมกันแดดในการปกป้องผิวของคุณ

สารต้านอนุมูลอิสระ เช่นวิตามินซี เป็นเกราะป้องกันความเสียหาย ที่เกิดจากด้านสิ่งแวดล้อมและสารพิษ ซึ่งเป็นการทำลายเซลล์ผิวของคุณในทางอ้อม เพราะฉะนั้น ครีมที่มีวิตามินซี เป็นส่วนหนึ่ง ของการบำรุงผิว ในชีวิตประจำวันของคุณ โดยเฉพาะในตอนเช้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของครีมกันแดดของคุณ

สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ว่า ครีมกันแดดนั้น มีสารป้องกันแสงแดด ที่สามารถซืมเข้าสู่ผิวหนัง เพราะฉะนั้น ในชีวิตประจำวัน ควรใช้ครีมกันแดด SPF 15 คู่กับวิตามินซี และใช้ครีมกันแดด SPF 30 ทุกๆ 2 ชั่วโมง ในกรณีที่อยู่กลางแจ้งนานๆ

Share:

แสดงความคิดเห็น